|
แต่หากคุณเลือกซื้อบ้านจากโครงการ ดูให้ดีว่าถูกต้องตามโฆษณาไว้ ถ้าเป็นนิติบุคคลก็ตรวจสอบความน่าเชื่อถือไล่ไปตั้งแต่ การกู้เงินจากสถาบันต่าง ๆ ข่าวสารทางหน้าหนังสือพิมพ์และที่อยู่ที่ติดต่อได้
4. ข้อความที่ระบุชัดเจนถึงทรัพย์สินที่ขายว่าคืออะไร? ดูให้แน่ชัดและอ้างอิงได้จะได้ไม่ต้องมาตามทวงสัญญากันภายหลังทั้งโฉนดเลขที่เท่าใด? ตั้งอยู่ในท้องที่ใด? ขนาดที่ดินไปจนถึงระบุรูปทรงและแบบบ้านด้วยในกรณีที่ซื้อขายบ้านพร้อมที่ดิน
5. ระบุอย่างชัดเจนถึงราคาของที่ดินและบ้านที่จะซื้อจะขายนั้น ดูให้แน่ใจด้วยว่าราคาที่ระบุไว้เป็นราคาคงที่ในวันเซ็นสัญญา ไม่ว่าราคาตลาดจะเดินเหิรเปลี่ยนแปรไปเพียงใดก็ตาม
6. ระบุถึงการโอนกรรมสิทธิ์ ตามปรกติกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินย่อมโอนให้แก่คุณตั้งแต่วันที่เซ็นสัญญากันแล้ว แต่จะมีผลตามกฎหมายก็ต่อเมื่อมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดินก่อน ในขั้นนี้จะมีการระบุผู้รับผิดชอบค่าโอนด้วย
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ซื้อนั่นแลที่ต้องรับผิดชอบ
7. ข้อบังคับจากกฎหมายแพ่งว่าด้วยการซื้อขาย อนุญาตให้คู่สัญญาทำสัญญากันได้ว่าไม่ต้องรับผิดชอบเพื่อความชำรุดบกพร่อง แต่ทั้งนี้ถ้าเกิดความชำรุดให้ความรับผิดชอบเป็นของผู้ขาย
8. ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพื้นที่ดิน ปรกติการซื้อขายบ้านพร้อมอยู่มักไม่ค่อยมีปัญหานี้ แต่อย่างไรเสียความรอบคอบในเรื่องนี้ยังไม่สามารถเอาเก็บไว้ที่บ้านเก่าได้ โปรดนำติดตัวมาบ้านหลังใหม่ด้วย ให้ตรวจสอบรังวัดซ้ำกับหมุดหลักเขต กรณีมีที่ดินขาดหรือเกิน อย่ารอช้า กฎหมายท่านให้สิทธิ์ดังนี้ |