|
นิติบุคคลตามที่กำหนดในข้อ 1-5 ข้างต้นไม่สามารถถือครองที่ดินในประเทศไทยได้ อย่างไรก็ตามมีนิติบุคลต่างด้าวบางประเภทที่สามารถถือครองที่ดินในประเทศไทยได้ กล่าวคือ เป็นนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งหากได้รับอนุญาตจากสำนักงานดังกล่าวก็สามารถถือครองที่ดินในประเทศไทยได้
นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดสำหรับนิติบุคคลบางประเภทซึ่งแม้ว่าตามกฎหมายจะยังไม่ถือว่าเป็นนิติบุคคลต่างด้าวก็ตามแต่หากมีทุนของคนต่างด้าว หรือนิติบุคคลซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 40-49 แล้ว ก่อนการรับโอนกรรมสิทธิ์จะต้องส่งเรื่องให้กรมที่ดิน (สำหรับที่ดินในเขตกรุงเทพมหานคร) หรือผู้ว่าราชการจังหวัด (สำหรับที่ดินในจังหวัดอื่น) ซึ่งการพิจารณาจะอนุญาตหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหน่วยงานที่รับผิดชอบดังกล่าว ซึ่งนับว่ายังเป็นความเสี่ยงที่จะได้รับโอนกรรมสิทธิ์หรือไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์เช่นเดียวกัน
ทางที่ดีหากท่านไม่ต้องการให้ต้องส่งเรื่องการขอรับโอนกรรมสิทธิ์ให้แต่ละหน่วยงานพิจารณา นิติบุคลที่จะรับโอนกรรมสิทธิ์จะต้องมีผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนน้อยกว่าร้อยละ 40 แล้วจะปลอดภัยและสามารถรับโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันที
เหตุผลของการกำหนดเงื่อนไขหรือประเด็นในเรื่องการที่จะต้องได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากทางราชการเกรงว่าจะมีการเลี่ยงกฎหมายของนิติบุคคลต่างด้าวเพื่อขอรับโอนกรรมสิทธิ์ เพราะในปัจจุบันกฎหมายยังไม่เปิดช่องให้นิติบุคคลต่างด้าวเข้าถือครองที่ดินในเมืองไทยโดยเสรีนั่นเอง
ดังนั้นท่านจึงต้องเตรียมความพร้อมก่อนการรับโอนกรรมสิทธิ์เป็นสำคัญ เพื่อป้องกันความล่าช้าที่อาจจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามหากท่านสามารถอดทน หรือต้องการทดสอบความอดทนกับความล่าช้า ก็ลองส่งเรื่องให้กรมที่ดินหรือผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาดู แล้วจะรู้ว่าความล่าช้าหรือท่านที่จะอดทนได้นานกว่ากัน |